5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง Lifeline ในโรงงานและไซต์ก่อสร้าง

by admin
3 views

การทำงานในที่สูง เช่น บนหลังคา โครงสร้างเหล็ก หรือพื้นที่ก่อสร้างล้วนมีความเสี่ยงต่อการตกจากที่สูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอันดับต้น ๆ ของอุบัติเหตุร้ายแรงในโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง ระบบ Lifeline จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยป้องกันการตกจากที่สูง โดยการติดตั้ง Lifeline ที่ถูกต้องและเหมาะสมไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรอย่างยั่งยืน

ก่อนจะติดตั้ง Lifeline มีหลายประเด็นที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปดู 5 สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มติดตั้งระบบ Lifeline ในโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง

1. ประเมินความเสี่ยงก่อนติดตั้ง

ก่อนตัดสินใจติดตั้ง Lifeline จำเป็นต้องทำ การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะงาน พื้นที่ทำงาน และระดับความเสี่ยงจากการตก

สิ่งที่ต้องพิจารณา:

  • ความสูงจากพื้นถึงจุดปฏิบัติงาน

  • ความถี่ในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง

  • ลักษณะโครงสร้าง เช่น มีหลังคาแหลม พื้นที่ลาดเอียง หรือช่องเปิด

  • ความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น ลมแรง พื้นผิวลื่น อุปกรณ์เคลื่อนที่

การประเมินเหล่านี้จะช่วยให้รู้ว่าควรใช้ระบบ Fall Protection แบบใด เช่น Fall Arrest (ป้องกันการตก) หรือ Fall Restraint(ป้องกันไม่ให้เข้าใกล้ขอบอันตราย)

2. เลือกประเภทของ Lifeline ให้เหมาะสม

Lifeline มีหลายประเภท แต่ที่พบมากในโรงงานและไซต์งานก่อสร้างคือ:

แนวนอน (Horizontal Lifeline)

  • เหมาะสำหรับงานที่ต้องเคลื่อนที่ในแนวราบ เช่น บนหลังคา

  • ติดตั้งกับโครงสร้างที่แข็งแรง เช่น คานเหล็ก หรือโครงหลังคา

แนวตั้ง (Vertical Lifeline)

  • เหมาะสำหรับงานปีน เช่น บันได เสา ปั้นจั่น

  • มักมีอุปกรณ์เลื่อนจับเชือกอัตโนมัติ (Fall Arrester)

Temporary vs Permanent

  • แบบชั่วคราว เหมาะสำหรับไซต์งานที่เปลี่ยนตำแหน่งบ่อย

  • แบบถาวร เหมาะกับโรงงานหรือพื้นที่ประจำที่มีงานซ้ำ ๆ

การเลือกประเภท Lifeline ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

3. ระบบโครงสร้างต้องรับน้ำหนักได้จริง

Lifeline ไม่สามารถติดตั้งบนโครงสร้างใด ๆ ก็ได้ จำเป็นต้องตรวจสอบว่า โครงสร้างรองรับมีความแข็งแรงเพียงพอ ตามที่มาตรฐานกำหนด เช่น ANSI หรือ EN

มาตรฐานทั่วไป:

  • จุดยึดต้องรับแรงได้ไม่ต่ำกว่า 22.2 kN (ประมาณ 2,267 กิโลกรัมแรง)

  • ระบบโดยรวมต้องสามารถดูดซับแรงกระชากเมื่อมีการตกได้อย่างปลอดภัย

สิ่งที่ควรทำ:

  • ให้วิศวกรโครงสร้างหรือ Safety Engineer ตรวจสอบจุดติดตั้งก่อนเสมอ

  • หลีกเลี่ยงการยึดเข้ากับโครงสร้างที่ไม่มั่นคง เช่น ฝ้า เพดาน หรือท่อ

GR_ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

4. ใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

อุปกรณ์ Lifeline ทุกชิ้นควรผ่านการรับรองจากมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับ เช่น:

  • ANSI Z359 (อเมริกา)

  • EN 795 (ยุโรป)

  • CSA Z259 (แคนาดา)

อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบมาตรฐาน ได้แก่:

  • เชือกนิรภัยหรือสลิง

  • จุดยึด (Anchorage)

  • Carabiner และ D-ring

  • ชุดลดแรงกระชาก (Shock Absorber)

  • ตัวเลื่อน Lifeline (Trolley หรือ Grab)

  • ชุดสายรัดนิรภัย (Harness)

ข้อควรระวัง: อย่าใช้อุปกรณ์ที่หมดอายุ หรือมีรอยขาด หลุดลุ่ย แม้เพียงเล็กน้อย เพราะอาจทำให้ระบบล้มเหลวได้

5. ต้องมีการฝึกอบรมและตรวจสอบสม่ำเสมอ

การติดตั้ง Lifeline เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีการฝึกอบรมบุคลากรและตรวจสอบระบบเป็นประจำด้วย

ฝึกอบรมที่ควรมี:

  • วิธีใช้อุปกรณ์ Lifeline อย่างถูกต้อง

  • การตรวจเช็คอุปกรณ์ก่อนใช้งาน (Pre-use Inspection)

  • วิธีตอบสนองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

  • การช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง (Rescue Plan)

การตรวจสอบประจำ:

  • ตรวจอุปกรณ์ทุกวันก่อนใช้งาน

  • ตรวจสอบระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญ

  • จดบันทึกการตรวจสอบทุกครั้ง

องค์กรที่มีการฝึกอบรมและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความมั่นใจแก่พนักงาน

สรุป

การติดตั้ง Lifeline ในโรงงานและไซต์ก่อสร้างเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดย 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง ได้แก่:

  1. ประเมินความเสี่ยงและลักษณะงานให้ชัดเจน

  2. เลือกประเภท Lifeline ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน

  3. ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างก่อนติดตั้ง

  4. ใช้อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล

  5. ฝึกอบรมและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมพร้อมในแต่ละขั้นตอนจะช่วยให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในองค์กร


แหล่งอ้างอิง

  1. Occupational Safety and Health Administration (OSHA) – https://www.osha.gov

  2. ANSI Z359 Fall Protection Standards

  3. EN 795:2012 – Anchor Devices Standard

  4. CSA Z259 Fall Protection Systems in Canada

  5. Honeywell Safety – Fall Protection Product Guides

  6. 3M Safety Division – Fall Protection Training Materials

Smartweb แหล่งรวบรวมความรู้ที่เป็นประโยชน์ในด้านความปลอดภัยในการทำงาน เรียนรู้เรื่องน่าสนใจและเทคนิคที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริง 

Copyright @2025  All Right Reserved – Designed and Developed by smartweb-ec